การฟัง: ประตูสู่ความสำเร็จและความสัมพันธ์ที่ดี

Listening Key to Success

บทความนี้ จะพาคุณสู่โลกแห่งการฟัง เผยให้เห็นประโยชน์ของการ “ฟังอย่างตั้งใจ”

จากเด็กน้อยสู่ผู้ใหญ่: วิวัฒนาการของการฟัง

ในวัยเด็ก เราเรียนรู้ผ่านการฟัง ฟังเสียงพ่อแม่ ครู อาจารย์ ฟังเสียงเพลง ฟังนิทาน

เมื่อเติบโต ประสบการณ์ หน้าที่ และความรับผิดชอบ กลายเป็นกำแพงขวางกั้นการฟัง

 

รู้แล้ว: กับดักที่ปิดกั้นโอกาส

“รู้แล้ว” วลีที่ฟังดูมั่นใจ แต่แท้จริงคืออุปสรรคต่อการพัฒนา

การคิดว่า “รู้แล้ว” ทำให้เราปิดกั้นตัวเอง ไม่รับฟังความคิดเห็น มุมมอง และประสบการณ์จากผู้อื่น

ฟังให้ได้ยิน: กุญแจไขประตูแห่งความเข้าใจ

การฟังอย่างตั้งใจ ไม่ได้หมายถึงแค่การได้ยินเสียง แต่หมายถึงการรับรู้ความตั้งใจ ความรู้สึก และอารมณ์ของผู้พูด

  • ฟังพ่อแม่: สัมผัสความห่วงใย 

ลองฟังพ่อแม่ ฟังเสียงที่เต็มไปด้วยความรัก ความห่วงใย และประสบการณ์ชีวิต

 

  • ฟังเจ้านาย: เรียนรู้จากบทเรียน

การฟังเจ้านาย ไม่ได้หมายถึงการเชื่อฟังอย่างสุ่มสี่สุ่มห้า แต่หมายถึงการเรียนรู้จากประสบการณ์ บทเรียน และมุมมองของผู้ผ่านโลกมา

“ฟัง” เพื่อช่วยให้เราไม่ต้องเริ่มต้นจาก “ศูนย์”

 

  • ฟังเพื่อนร่วมงาน: เสริมสร้างความสัมพันธ์

การฟังเพื่อนร่วมงาน ช่วยให้เข้าใจปัญหา อุปสรรค และความคิดเห็น ส่งผลต่อการทำงานเป็นทีมและความสัมพันธ์ที่ดี

Coach-Listening-Business

ฟังอย่างมีสติ: สองแง่มุมสำคัญ

  1. ฟังอย่างตั้งใจ: จดจ่อกับคำพูด ภาษากาย และน้ำเสียงของผู้พูด
  2. ฟังอย่างเข้าใจ: วิเคราะห์ความหมาย แรงจูงใจ และอารมณ์เบื้องหลังคำพูด

ฝึกฟัง: ก้าวแรกสู่การพัฒนา

การฟัง ทักษะที่ฝึกฝนได้ เริ่มต้นง่ายๆ

ฝึกฟังอย่างตั้งใจ โดยไม่ต้องขัดจังหวะ

ถามคำถามเพื่อแสดงความสนใจ

สะท้อนความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ภายใน แม้เขาจะไม่ได้พูด โดยดูจากภาษากาย สีหน้า แววตา ท่าทาง น้ำเสียง

สรุปใจความสำคัญเพื่อยืนยันความเข้าใจ

แสดงออกถึงความเข้าใจ เป็นพื้นที่ปลอดภัย ไม่ตัดสิน

ฝึกฟังอย่างสม่ำเสมอ พัฒนาตนเอง

การฟัง: ของขวัญล้ำค่าก่อนตาย

การฟัง ประตูสู่ความเข้าใจ ความสัมพันธ์ที่ดี และความสำเร็จ

ฝึกฟังตั้งแต่วันนี้ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

การโค้ชผู้บริหาร (Executive Coaching) คืออะไร?

Coaching for Executive, The meaning of

การโค้ชผู้บริหาร (Executive Coaching) คือ กระบวนการในการพัฒนาศักยภาพของผู้บริหารด้วยการชวนคิดชวนคุย การฟัง และการตั้งคำถามที่ทรงพลัง จากโค้ชมืออาชีพที่ได้รับการรับรองจาก สหพันธ์การโค้ชนานาชาติ (International Coaching Federation – ICF) เพื่อช่วยให้ผู้บริหารในองค์กรธุรกิจได้ขยายมุมมองในเรื่องต่างๆ ซึ่งอาจเป็นการเห็นในมุมมองที่ต่างไป หรือในมุมมองที่ไม่เคยมองมาก่อน

 

ช่วยให้ผู้บริหารเพิ่มประสิทธิภาพในการคิด การตัดสินใจ ขยายศักยภาพในการประเมินสถานการณ์เพื่อวางกลยุทธ์ที่เหมาะสมสำหรับองค์กร ช่วยให้ผู้บริหารก้าวข้ามความท้าทายต่างๆ ที่ต้องเผชิญ สามารถมองเห็นศักยภาพที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในตัวเองในแบบเฉพาะตัวและสามารถนำออกมาใช้ได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ รวมถึงช่วยพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำของผู้บริหารที่จะสามารถนำองค์กรไปสู่เป้าหมายที่ตั้งใจไว้ สามารถพัฒนาการสื่อสารที่ชัดเจน ลดความขัดแย้งภายในองค์กรได้ด้วยความเข้าใจในตัวเองและผู้อื่นในระดับลึกมากขึ้น

ผู้บริหารทีม Executive Coaching

การโค้ชผู้บริหาร (Executive Coaching) เหมาะกับผู้บริหารในระดับใด ?

การโค้ชผู้บริหารโดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการพูดคุยแบบ One on One ระหว่างโค้ชและผู้บริหาระดับสูง เพื่อพัฒนาศักยภาพในแบบเฉพาะตัวสำหรับผู้บริหารระดับสูงเพื่อช่วยขยายขีดความสามารถในด้านต่างๆ ให้สูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการคิด การตัดสินใจเชิงกลยุทธ การยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินการองค์กร ช่วยให้ผู้บริหารได้เข้าถึงคุณค่าที่มีอยู่ภายในตัวเองที่จะเสริมพลังไปในทิศทางเดียวกันกับพันธกิจองค์กรให้เกิดการทำงานที่ลื่นไหล ไม่สะดุด มีความสุข และอิ่มเอม

การโค้ชผู้บริหาร สามารถสนับสนุนผู้บริหารในด้านใดได้บ้าง สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ จากบทความนี้ การโค้ชผู้บริหาร (Executive Coaching) : เครื่องมือสำคัญในการพัฒนาผู้บริหาร

การโค้ช คืออะไร ?

What is Coaching

การโค้ช (Coaching) กำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการพัฒนาตนเองและการเติบโตในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นในด้านการทำงาน ธุรกิจ หรือ ชีวิตส่วนตัว แต่สำหรับหลาย ๆ คน คำว่า “การโค้ช” อาจยังไม่แน่ใจในความหมายและบทบาทหน้าที่ที่ชัดเจน บทความนี้จึงมุ่งหวังที่จะอธิบายความหมายของ “การโค้ช” กลไกการทำงานของการโค้ช ประเภทของการโค้ช รวมไปถึงประโยชน์ที่คุณสามารถได้รับจากการโค้ช

การโค้ช คืออะไร ?

การโค้ชเป็นกระบวนการที่โค้ช และ ผู้รับการโค้ช หรือที่เราเรียกว่า โค้ชชี ทำงานร่วมกัน โดยโค้ชจะเป็นเหมือนเพื่อนร่วมเดินทางเพื่อให้โค้ชชี ค้นหาศักยภาพ พัฒนาตนเอง และบรรลุเป้าหมายที่ต้องการ ผ่านการฟังอย่างตั้งใจ การตั้งคำถาม และสนทนา โดยโค้ชจะไม่บอกวิธีการแก้ปัญหา แต่จะช่วยให้โค้ชชีค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง

หลักการสำคัญของการโค้ช คือ

  • 🔆 เน้นการถามเพื่อให้โค้ชชีค้นพบศักยภาพของตนเอง มากกว่าการบอก
  • 🔆 มุ่งไปที่ศักยภาพ มากกว่าปัญหา
  • 🔆 ให้ความสำคัญกับการลงมือทำ มากกว่าการพูด
Coaching - TAPS Model

เป้าหมายของการโค้ช คือ

  • 🔆 ช่วยให้โค้ชชี่ค้นหาเป้าหมาย ที่แท้จริงของตัวเอง
  • 🔆 พัฒนาทักษะ และความสามารถ
  • 🔆 ปลดล็อกศักยภาพ ที่มีอยู่
  • 🔆 เพิ่มประสิทธิภาพ ในการทำงาน
  • 🔆 สร้างความพึงพอใจ ในทุกด้านของชีวิต

ประเภทของการโค้ช มีหลายประเภท เช่น

Life Coaching: มุ่งเน้นไปที่การโค้ชเพื่อพัฒนาชีวิตโดยรวมในทุกด้านของ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ ความสัมพันธ์ สุขภาพ และความสุข

Business Coaching: มุ่งเน้นไปที่การโค้ชเพื่อพัฒนาการทำงาน ทักษะ ความสัมพันธ์ และความสำเร็จในองค์กร

Executive Coaching: มุ่งเน้นไปที่การโค้ชเพื่อพัฒนาผู้นำ ทักษะการบริหารจัดการ และกลยุทธ์

Executive Coaching 1-1

กระบวนการของการโค้ชโดยทั่วไปจะประกอบด้วย

  • 🔆 การสร้างความสัมพันธ์ ระหว่างโค้ชและโค้ชชี่
  • 🔆 การฟังอย่างตั้งใจไม่ตัดสิน 
  • 🔆 การกำหนดเป้าหมาย ที่ชัดเจน
  • 🔆 และการตั้งคำถามที่จะช่วยกระตุ้นให้โค้ชชีขยายศักยภาพที่มี
  • 🔆 การสรุป ติดตามผล และการวัดผล

ตัวอย่างของการโค้ช

  • 🔆พนักงานต้องการก้าวข้ามข้อจำกัดบางประการจากความเชื่อที่ว่ามีตนเองความสามารถไม่พอ หรือ ไม่ดีพอ การโค้ชสามารถช่วยให้โค้ชชีเห็นความเชื่อที่ฉุดรั้ง รวมถึงการเห็นศักยภาพภายในตนเองที่ซ่อนอยู่จนสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดนั้นได้
  • 🔆ผู้บริหารต้องการพัฒนาทักษะการเป็นผู้นำ หรือ การตัดสินใจ โค้ชสามารถช่วยให้ผู้บริหารขยายมุมมอง เห็นมุมที่ต่างไป เข้าใจผู้อื่น เพื่อช่วยให้การบริหารงาน หรือการตัสินใจ ทำได้อย่างรอบคอบ มองได้รอบด้าน และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  • 🔆บุคคลทั่วไปที่เบิร์นเอาท์ หมดไฟ ไม่มีจุดหมายในชีวิต การโค้ชสามารถช่วยให้เห็นถึงคุณค่าและความหมายเฉพาะตนที่เป็นจะเป็นแรงบันดาลใจในการทำงาน หรือการใช้ชีวิตอย่างมีความความหมาย และมีความสุข อิ่มเอม
การโค้ช COACHING

การโค้ช เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสำหรับการพัฒนาตนเอง สามารถนำไปใช้ได้กับทุกเพศทุกวัย ทุกอาชีพ และทุกสถานการณ์
หากคุณกำลังมองหาวิธี
• ค้นหา พัฒนา ศักยภาพเพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเอง
• พัฒนาตนเอง
• บรรลุเป้าหมาย
• เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
• สร้างความพึงพอใจในด้านต่างๆ ของชีวิต

การโค้ช อาจจะเป็นคำตอบที่คุณกำลังมองหา

Jimi The Coach ปลดล็อกศักยภาพของผู้บริหาร
ด้วย Coaching One-on-One สู่ความสำเร็จ

Executive coaching - One on One

Jimi The Coach บริษัทของเราทราบเป็นอย่างดีว่าโลกที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน ทำให้การบรรลุความสำเร็จทั้งด้านส่วนตัวและด้านการบริหาร อาจเป็นการเดินทางที่ท้าทายมากยิ่งขึ้น ผู้บริหารหลายท่านพบว่าตัวเองต้องการพื้นที่การรับฟัง และ คำถามที่กระตุ้นความคิดที่สร้างสรรค์ และการสนับสนุนความคิดอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อนำทางสู่จุดหมายของตนเองและองค์กร ให้เร็วเท่าทันหรือเร็วมากกว่าโลกที่หมุนไป การ Coaching แบบ One-on-One เป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่จะเข้ามาช่วยผู้บริหารให้เกิดการตระหนักรู้และเห็นภาพความสำเร็จได้คมชัดยิ่งขึ้น ซึ่งการ Coaching ในรูปแบบนี้ได้รับการยอมรับอย่างมากในระดับโลก ซึ่งการ Coaching แบบ One-on-One จะเป็นในรูปแบบวิธีการที่เฉพาะตัวในการปลดล็อกศักยภาพของผู้บริหารแต่ละคน

Jimi The Coach ชวนท่านเข้าใจการ Coaching ในรูปแบบ One-on-One

Executive Coaching 1-1

การโค้ช One-on-One คือการพูดคุยแบบตัวต่อตัว ระหว่าง Coach และ Coachee หรือ ผู้บริหาร ซึ่งการพูดคุยจะเป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับงาน การตัดสินใจ หรือ สิ่งที่เข้ามามีบทบาทและมีผลกระทบต่อการบริหาร การพูดคุยจะเป็นความร่วมมือกันเพื่อบรรลุเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจง มีการตั้งเป้าหมายชัดเจนในทุกครั้งที่มีการพูดคุย มีหมุดหมายที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม การพูดคุยจะเป็นการตั้งคำถามโดย Coach เพื่อให้ผู้บริหาร ได้ตอบและ Coach จะพาผู้บริหารคิดจากการตั้งคำถาม อาจจะเป็นมุมมองใหม่ๆ ที่อาจะยังไม่เคยเกิดขึ้น หรือ ประเด็นปัญหาสำคัญที่ยังติดอยู่และต้องการแก้ไข ซึ่งเริ่มต้นจากการเข้ามาสังเกต ปรับ และเปลี่ยนภายในตนเองก่อน ซึ่งอาจมีคนเข้าใจผิดอยู่เป็นจำนวนมากกว่า การ Coaching คือการสอนหรือแนะนำ แต่สำหรับ Jimi the coach เราเชื่อว่าศักยภาพทั้งหมด ความเชี่ยวชาญ และ ประสบการณ์ ของผู้บริหารนั้นมีมากมายเพียงพออยู่แล้ว การโค้ชคือ การตั้งคำถามเพื่อให้ผู้บริหารนั้นกลับมามองเห็น และ ดึงศักยภาพสูงสุดของตนเองออกมา

ความรับผิดชอบและการให้กำลังใจ

Coaching Exucutive

ความสำเร็จมักต้องการความรับผิดชอบและการให้กำลังใจที่ต่อเนื่อง ในการ Coaching One-on-One นั้น Jimi The Coach จึงนำเสนอเป็นการโค้ชทั้งหมด 6 ครั้งในระยะเวลาประมาณ 4 เดือน เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องและมีการวิเคราะห์และประเมินตัวเองอยู่เสมอสำหรับตัวผู้บริหารเอง การ Coach ในแต่ละครั้งจะเป็นการตรวจสอบให้แน่ใจว่าผู้บริหารยังอยู่ในเส้นทางที่ถูกต้องเพื่อยังคงอยู่ในทิศทางของวัตถุประสงค์ของพวกเขา เป็นการประเมินความคืบหน้า สร้างความรับผิดชอบ กระตุ้นความตั้งใจสู่การดำเนินการต่อเนื่องไม่หยุด ไม่ลืม ไม่หมดไฟ

เอาชนะอุปสรรค

ในชีวิตการบริหารนั้นเต็มไปด้วยความท้าทาย ในบางครั้งสิ่งที่อาจจะยังไม่เกิดขึ้นก็อาจจะกระตุ้นความกังวล สงสัย หรือ ไม่แน่ใจ ในการบริหารงานหรือการตัดสินใจ การ Coach แบบ One-on-One จะช่วยพาผู้บริหาร พูดคุยถึงสิ่งที่กำลังกังวล เพื่อให้ผู้บริหารมีโอกาสได้ลองคิด ลองเลือก และ ทดลองเผชิญความท้าทายนั้นๆ ด้วยการพูดคุย ซึ่งเมื่อได้ลองพูดคุย ผู้บริหารจะเห็นว่าศักยภาพที่มีในตนเองนั้น สามารถจัดการและหาทางที่ดีที่สุดให้กับทุกประเด็นได้ หลังจากนั้นความกังวลจะลดน้อยหรือหายไป และจะถูกเข้ามาแทนที่ด้วยความมั่นใจและเชื่อมั่นในตนเอง อย่างมั่นคง

การพัฒนาทักษะที่เหมาะสม

Coaching, Life coach, Plan, Success, Goal setting

ในบางครั้งผู้บริหารระดับสูงอาจเสียโอกาสในการพัฒนาตนเองจากตำแหน่งในองค์กร เพราะฉะนั้นการ Coach One-on-One จะเข้ามาช่วยให้ผู้บริหารได้ลองทบทวนและระบุช่องโหว่ของทักษะภายในตนเอง และออกแบบเป้าหมายการพัฒนาตนเองไปที่การพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการบริหารงาน เพื่อประโยชน์สูงสุดของชีวิตการทำงานและองค์กร

JIMI THE COACH คือ เพื่อนร่วมเดินทาง

Thailand Coaching Academy

JIMI THE COACH เรามีความเชื่อว่าผู้บริหารระดับสูงทุกท่านมีความสามารถและมีความเก่งในการบริหารงานของท่านเอง บริษัท JIMI THE COACH เป็นเพียงเพื่อนร่วมเดินทาง เพื่อนคู่คิดที่จะคอยอยู่เคียงข้างผู้บริหารทุกท่าน และตั้งคำถามเพื่อให้ท่านได้ค้นพบเส้นทางการบริหารของตนเอง อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด มีจริยธรรม มั่นคง มีความสุข และ อิ่มเอม

การโค้ชผู้บริหาร (Executive Coaching) : เครื่องมือสำคัญในการพัฒนาผู้บริหาร

Coaching for Executive

ในยุคปัจจุบันที่โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารจำเป็นต้องมีทักษะและความสามารถที่หลากหลายเพื่อนำองค์กรให้ก้าวหน้าและประสบความสำเร็จ การโค้ชผู้บริหารจึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาผู้บริหารในด้านต่างๆ ดังนี้

  1. การโค้ชผู้บริหารเพื่อพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำ

การโค้ชผู้บริหาร (Executive Coaching) สามารถช่วยให้ผู้บริหารพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำ เช่น ทักษะการสื่อสาร ทักษะการคิดเชิงกลยุทธ์ ทักษะการสร้างแรงบันดาลใจ ทักษะการจูงใจทีมงาน เป็นต้น การโค้ชจะเน้นการช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจตัวเอง เข้าใจผู้อื่น และเข้าใจสถานการณ์ต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ผู้บริหารสามารถเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

Coaching Team Executive
  1. การโค้ชผู้บริหารเพื่อพัฒนาทักษะด้านการจัดการ

การโค้ชผู้บริหาร สามารถช่วยให้ผู้บริหารพัฒนาทักษะด้านการจัดการ เช่น ทักษะการวางแผน ทักษะการจัดสรรทรัพยากร ทักษะการแก้ไขปัญหา เป็นต้น การโค้ชจะเน้นการช่วยให้ผู้บริหารสามารถจัดการงานและทรัพยากรต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ผู้บริหารสามารถบรรลุเป้าหมายขององค์กรได้

Coaching and Managing
  1. การโค้ชผู้บริหารเพื่อพัฒนาทักษะส่วนบุคคล

การโค้ชผู้บริหาร สามารถช่วยให้ผู้บริหารพัฒนาทักษะด้านส่วนบุคคล เช่น ทักษะการคิดเชิงบวก ทักษะการจัดการความเครียด ทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น เป็นต้น การโค้ชจะเน้นการช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจตัวเอง เข้าใจผู้อื่น และเข้าใจโลกรอบตัวได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ผู้บริหารสามารถทำงานและใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและประสบความสำเร็จ

Coaching for Executive
  1. การโค้ชผู้บริหารเพื่อพัฒนาทักษะด้านอาชีพ

การโค้ชผู้บริหาร สามารถช่วยให้ผู้บริหารพัฒนาทักษะด้านอาชีพ เช่น ทักษะการวางแผนอาชีพ ทักษะการแสวงหาโอกาส เป็นต้น การโค้ชจะเน้นการช่วยให้ผู้บริหารสามารถกำหนดเป้าหมายอาชีพของตนเองและวางแผนเพื่อบรรลุเป้าหมายเหล่านั้น ซึ่งจะช่วยให้ผู้บริหารสามารถประสบความสำเร็จในอาชีพการงาน

การโค้ชผู้บริหารสามารถช่วยให้ผู้บริหารพัฒนาทักษะด้านอาชีพ เช่น ทักษะการวางแผนอาชีพ ทักษะการแสวงหาโอกาส เป็นต้น การโค้ชจะเน้นการช่วยให้ผู้บริหารสามารถกำหนดเป้าหมายอาชีพของตนเองและวางแผนเพื่อบรรลุเป้าหมายเหล่านั้น ซึ่งจะช่วยให้ผู้บริหารสามารถประสบความสำเร็จในอาชีพการงาน

Coaching Management

JIMI THE COACH เป็นผู้ให้บริการโค้ชผู้บริหารและโค้ช LIFE COACH ระดับแนวหน้าของประเทศไทย มีความเชี่ยวชาญในการโค้ชผู้บริหารโดยใช้แนวทาง การตั้งคำถามแบบ COACHING ช่วยให้ผู้บริหารสามารถพัฒนาศักยภาพตนเองและนำองค์กรให้ประสบความสำเร็จ

สรุป

การโค้ชผู้บริหาร (Executive Coaching) เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาผู้บริหารในด้านต่างๆ ช่วยให้ผู้บริหารมีทักษะและความสามารถที่หลากหลายเพื่อนำองค์กรให้ก้าวหน้าและประสบความสำเร็จ การโค้ชผู้บริหารจึงควรเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาผู้บริหารในทุกองค์กร

เริ่มต้นตั้งเป้าหมายปีใหม่ด้วยการทำ Self-Coaching

การตั้งเป้าหมายด้วย Self Coaching

Jimi The Coach Group ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านในปีใหม่ 2024 นี้ ในการเริ่มต้นตั้งเป้าหมายปีใหม่ เราทราบดีว่าการตั้งเป้าหมายนั้นเป็นขั้นตอนที่สำคัญในการพัฒนาตัวเองไม่ว่าจะเป็นด้านใดของชีวิต การทำ Self-coaching เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการช่วยเสริมสร้างและบำรุงจิตใจให้กับตนเอง 

นี่คือบทความที่เน้นการใช้ Self-coaching เพื่อตั้งเป้าหมายใหม่ในปีใหม่ ในการเริ่มต้นปีใหม่นี้ด้วย Self-coaching คุณสามารถเริ่มด้วยคำถามแนว Coaching กับตนเองเช่น

• ปีใหม่นี้เราต้องการเปลี่ยนแปลงอะไรในชีวิตมากที่สุด หากเลือกได้ 1 ข้อ

คำถาม  Coaching ในแนวทางนี้จะเป็นการให้คุณได้ทบทวนสิ่งที่คุณต้องการให้เปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาในชีวิตของคุณซึ่งคำถามแนว Coaching เป็นคำถามที่มีรายละเอียดและลึกซึ้งกว่าคำถามทั่วๆไป จึงทำให้คำตอบที่ได้นั้น ชัดเจนและเริ่มต้นด้วยการระบุว่าสิ่งนั้นหมายถึงอะไร และเพราะอะไรถึงสำคัญสำหรับคุณ 

Jimi The Coach จึงให้ความสำคัญกับลักษณะคำถามแนวลงลึก ลงรายละเอียดแบบนี้เป็นอย่างมาก เพราะยิ่งคำถามละเอียด ก็จะยิ่งนำมาซึ่งคำตอบที่ละเอียดยิ่งขึ้นเช่นกัน

Self-Coaching New year resolution

ความต่างระหว่างคำถามละเอียด และไม่ละเอียด เช่น

• ปีนี้อยากเปลี่ยนอะไร

    กับ

• ปีนี้จะมีหนึ่งสิ่งที่ต้องเปลี่ยน เพื่อให้ชีวิตตลอดทั้งปีนี้ดีขึ้น คุณจะเลือกเปลี่ยนอะไร

การคุณได้ลองตอบสองคำถามนี้ในใจ คุณจะทราบได้อย่างแน่นอนว่า คำตอบในความคิดของคุณนั้นต่างกันอย่างสิ้นเชิง

หลังจากนั้นเราจะใช้คำถามแนว Coaching ไปต่อกับเป้าหมายที่เราตั้งใจจะทำให้สำเร็จ เช่น ในการใช้คำถามที่ช่วยให้การกำหนดเป้าหมายเป็นไปได้และมีความเป็นระบบ เพื่อที่จะสามารถติดตามและวัดผลได้อย่างชัดเจน เป็นคำถามที่สามารถทำได้และเข้าถึงได้ง่ายๆ และจำเป็นต้องระบุระยะเวลาที่เหมาะสมสำหรับแต่ละเป้าหมาย

การเป็นคนที่รับผิดชอบต่อการพัฒนาตนเองไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้ บ่อยครั้งที่ Jimi the coach ให้ผู้รับการโค้ช ลองกำหนดสิ่งที่ทำได้ง่ายและต่อเนื่องเหมือนแค่เพิ่มอีกหนึ่งกิจกรรมในชีวิตที่ใช้พลังงานเพียง 1% เท่านั้น

ในการ Coaching คุณต้องเตรียมใจให้พร้อมที่จะทำงานกับตนเอง แต่การทำงานนั้นต้องประกอบด้วย เป้าหมาย ความหมาย และ ความสุขที่อิ่มเต็ม ด้วย เพราะการการเปลี่ยนแปลงชีวิตไม่ว่าจะด้านในก็ตามเป็นเรื่องระยะยาวที่เราอยากทำให้ได้ต่อเนื่องอย่างยั่งยืนและผลลัพธ์นั้นจะอยู่กับเราตลอดไป

Successful Leader

Jimi the Coach ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่าน ถึงแม้อาจเคยละเลยเป้าหมายบ้าง แต่นั่นไม่ใช่ส่วนที่สำคัญที่สุด ส่วนที่สำคัญที่สุดของการ Coaching คือภาพในระยะยาวของชีวิต ถึงแม้เราจะเคยล้ม แต่ขอให้ปีใหม่นี้ทุกท่านลุกขึ้นใหม่และใช้ชีวิตอย่างสง่างามและเป็นสุขตามที่ตั้งใจไว้  บริษัท Jimi The Coach ขออยู่เคียงข้างท่านในทุกช่วงเวลา และขอร่วมสนับสนุนทั้งกายและใจของทุกท่านตลอดไป

” ขอให้มีความสุขในปีใหม่ 2024 นี้ จากพวกเรา กลุ่มบริษัท Jimi The Coach Group”

ทำไมคำถาม COACHING มีความสำคัญในที่ทำงาน

ในทุกขณะที่สถานการณ์ในที่ทำงานกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว บทบาทของคำถามในกระบวนการ COACHING กลายเป็นสิ่งจำเป็น นอกเหนือจากเทคนิคการจัดการแบบดั้งเดิม การใช้คำถามในการสร้างวัฒนธรรมของการร่วมมือ การเติบโต และความสำเร็จที่ยั่งยืน คือเหตุผลที่คำถามในแบบ COACHING เป็นสิ่งที่ขาดหายไม่ได้ในสถานที่ทำงาน


วันนี้เราจะมาคุยถึงประเด็นสำคัญในการทำงานที่ คำถาม COACHING จะเข้ามามีส่วนช่วยคุณในการบริหารคนและบริหารงาน

1. การทำให้พนักงานมีความรับผิดชอบ

คำถามโค้ชชิ่ง ทำให้พนักงานมีอำนาจในการตัดสินใจเลือกวิธีการจัดการปัญหาด้วยตัวเอง โดยใช้คำถามที่กระตุ้นให้เกิดการคิดเกี่ยวกับงาน เป้าหมาย และความท้าทาย การทำให้พนักงานมีอำนาจในการเลือกเส้นทางการจัดการปัญหาด้วยตนเองส่งผลให้เพิ่มความมั่นใจ ความเข้าใจลึกซึ้ง และการแก้ไขปัญหาโดย proactively ซึ่งเมื่อเกิดการเลือกแนวทางการจัดการปัญหาด้วยตนเองแล้วและทบทวนมาดีแล้ว พนักงานคนนั้นจะมีความรับผิดชอบกับสิ่งที่ตัวเองได้ตัดสินใจ 100%

2. เพิ่มความต้องการพัฒนาตนเอง ผ่านมุมมองจากตนเอง โดยไม่ต้องให้ใครมาออกคำสั่ง

คำถาม COACHING ช่วยกระตุ้นความคิด ทำให้บุคคลได้รับความเข้าใจลึกซึ้งเกี่ยวกับจุดแข็ง จุดอ่อน และพื้นที่ที่สามารถพัฒนาได้ของตนเอง ซึ่งในบางครั้งพนักงานก็ลืมมองเรื่องของการพัฒนาต่อยอดในตนเอง อาจจะด้วยภาระงานที่ต้องทำสิ่งตรงหน้าให้สำเร็จหรือระยะเวลาการทำงานที่นาน อาจจะทำให้เคยชินกับบรรยากาศ การถามคำถามแบบ COACHING จะเพิ่มความรู้สึกสงสัยใคร่รู้ในการพัฒนาตนเองซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำหรับการพัฒนาทุกด้าน หากพนักงานมีความเชื่อว่า ฉันดีอยู่แล้ว การพัฒนาจะไม่มีวันเกิดขึ้นแต่หากพนักงานมีข้อสงสัยว่า มีอะไรอีกไหมในตัวฉัน ที่ฉันสามารถพัฒนาให้ดีขึ้นได้อีก เขาจะเริ่มค้นหาเส้นทางหรือวิธีการที่จะพัฒนาตนเองต่อไป

Coaching, โค้ช, Team Coaching

3. การจัดเป้าหมายที่สอดคล้อง

คำถามในกระบวนการโค้ชชิ่ง ช่วยให้เป้าหมายของบุคคลสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ทั้งหมดของทีมและองค์กร ความสอดคล้องนี้ทำให้ทุกคนทำงานไปในทิศทางเดียวกัน ส่งเสริมความสอดคล้องและความสำเร็จร่วมกัน

4. การสื่อสารที่ดีขึ้น

การใช้คำถามแบบ COACHING จะช่วยส่งเสริมการสื่อสารที่ทำให้พนักงานรู้สึกว่าตนเองได้รับการฟังและได้รับความคุ้มครอง ทำให้เกิดวัฒนธรรมการทำงานที่โปร่งใสมากขึ้น

5. สร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้โดยการส่งเสริมการเรียนรู้ต่อเนื่องผ่านคำถามแบบโค้ชชิ่ง

โดยการส่งเสริมการเรียนรู้ต่อเนื่องผ่านคำถามแบบCOACHING นวัตกรรมและศักยภาพในการทำงาน คือสิ่งที่องค์กรต้องการจากพนักงานทุกคนไม่มากก็น้อยแล้วแต่บทบาทหน้าที่ของแต่ละบุคคล การเรียนรู้อย่างไม่สิ้นสุดที่จะนำไปสู่การพัฒนาอย่างต่อเนื่องขององค์กร ซึ่งจุดเริ่มต้นแรกคือคำถาม และพื้นที่ในการตอบคำถามที่ปลอดภัยเพียงพอ ที่จะแสดงความคิดเห็นออกมาแล้วไม่ถูกทำให้อับอายหรือทำให้เสียความมั่นใจ หากหัวหน้ามีทักษะที่จะรู้ว่าจะถามคำถามอย่างไร เพื่อให้คำถามนั้นปลอดภัยที่จะตอบ จะทำให้พนักงานเองค่อยๆ เปิดใจ และค่อยๆ เริ่มหาสิ่งใหม่ๆ มานำเสนอ จนเกิดเป็นความสนุกที่ได้หาสิ่งใหม่ๆ มาให้องค์กร ได้รู้สึกว่าตนเองมีคุณค่ากับองค์กร ความรู้สึกนี้จะค่อยๆเป็นจุดเริ่มต้นขององค์กรที่มี นวัตกรรมและศักภาพสูงสุด โดยการเริ่มต้นด้วย คำถามแบบ COACHING และพื้นที่ ที่ปลอดภัยในการตอบ

COACH, โค้ช, โค้ชชิ่ง, ทีม, Team, Life Coach, Coaching

ไลฟ์โค้ช: เพื่อนร่วมเดินทางไปกับชีวิตที่เต็มไปด้วยความหมายและความสำเร็จ

Coach, Coaching, Life Coaching, โค้ช, Jimi The Coach_Training

ทักษะไลฟ์โค้ชได้กลายเป็นที่นิยมมากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เหตุผลหลายประการทำให้คำถามดี ๆ กลายเป็นส่วนสำคัญในแรงบันดาลใจเพื่อสร้างชีวิตที่มีสมดุล ทั้งในด้านการงานและชีวิตส่วนตัว ในบทความนี้ เราจะสำรวจการบทบาทของไลฟ์โค้ชและทำไมการได้รับคำถามจากไลฟ์โค้ชถึงน่าสนใจ

คำถามเพื่อการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน

ไลฟ์โค้ชมีความเชี่ยวชาญในกระบวนการการตั้งคำถามและการพูดคุยอย่างมีเป้าหมาย ช่วยให้การตั้งเป้าหมายของผู้รับการโค้ชที่ชัดเจนและมีขั้นตอนการดำเนินงานที่เหมาะสม ไม่ว่าเป้าหมายจะเป็นการพัฒนาทางวิชาการ, สุขภาพ, หรืออื่น ๆ, ไลฟ์โค้ชจะมีคำถามที่ช่วยให้คุณเข้าใจว่าต้องการอะไรและวางแผนการดำเนินการ

การสนับสนุนในการพัฒนาส่วนตัว

ไลฟ์โค้ชไม่เพียงเป็นผู้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการตั้งเป้าหมาย แต่ยังเป็นที่สนับสนุนในการพัฒนาทักษะและความสามารถส่วนตัว. โดยไม่ละเว้นที่จะสำรวจเพื่อเข้าใจในตัวตนของผู้รับการโค้ช เพื่อทำให้การโค้ชนั้นเกิดการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงในระดับตัวตน ความคิด ความเชื่อ ซึ่งเป็นต้นทาง ของการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ยั้งยืน

การสร้างแผนการทำงาน

ไลฟ์โค้ช Jimi the coach planning

ไลฟ์โค้ชช่วยในการสร้างแผนการทำงานที่ทันสมัยและทันที เพราะไลฟ์โค้ชชิ่งในแบบของ JIMI THE COACH มุ่งเน้นการคุยที่ปัจจุบัน มุ่งสู่อนาคต  ด้วยคำถามถึงภาพที่ดีที่สุด ผ่าน BE DO HAVE หรือ GROW Model รูปแบบในการพูดคุยเหล่านี้จะช่วยผู้รับการโค้ชในการตั้งเป้าหมายสั้น ๆ  และการกำหนดลำดับขั้นตอน ไลฟ์โค้ชจะมีส่วนช่วยให้คนสามารถดำเนินการในทิศทางที่ถูกต้อง

การกระตุ้นแรงจูงใจ

คำถามของโค้ชจะมีบทบาทในการกระตุ้นแรงจูงใจ การให้การยืนยัน และ การช่วยให้คนเห็นภาพในอนาคตที่สว่างสดใส, คำถามจากโค้ชจะช่วยให้คนรู้สึกมั่นใจและมีกำลังใจในการดำเนินชีวิต

การให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการตัดสินใจ

การตัดสินใจสำคัญในการสร้างชีวิตที่ดี ไลฟ์โค้ชมีความเชี่ยวชาญในการตั้งคำถามเพื่อยืนยันกับตัวตนของผู้รับการโค้ช ให้การตัดสินใจนั้นเป็นมิตรกับเป้าหมายและค่านิยมของตนเอง วิธีการนี้ช่วยให้คนตัดสินใจอย่างมั่นใจและไม่กลัวการล้มเหลว

การสร้างสรรค์แนวทางชีวิต

ไลฟ์โค้ชในบางครั้งมีบทบาทในการช่วยให้ผู้รับการโค้ชได้นึกหรือได้เห็นแนวทางที่หลากหลายในการใช้ชีวิตหรือการจัดการปัญหาต่างๆ ช่วยตั้งคำถามเพื่อสร้างแนวทางชีวิตที่สอดคล้องกับความฝันและค่านิยม ไลฟ์โค้ชช่วยให้คนเห็นภาพของชีวิตที่ต้องการและสร้างแผนที่ช่วยให้สามารถถึงเป้าหมายได้อย่างมีความสุข

ไลฟ์โค้ช, Group coaching, Coaching, Consulting

COACHING QUESTIONS :
การใช้เทคนิคการตั้งคำถามแบบ COACHING เพื่อสร้างความสำเร็จในการบริหารธุรกิจ

Coaching, Coaching question, โค้ช, ไลฟ์โค้ช

การบริหารธุรกิจที่ประสบความสำเร็จและยั่งยืนไม่ได้เกิดขึ้นแบบบังเอิญ มีหลายปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการพัฒนาและเติบโตขององค์กร หนึ่งในนั้นคือการใช้เทคนิคการตั้งคำถามแบบ Coaching เพื่อสร้างความเข้าใจลึกซึ้งและนำทางทีมงานไปสู่ความสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

การใช้เทคนิคการตั้งคำถามแบบ Coaching ในการบริหารธุรกิจมีประโยชน์อย่างมากต่อการพัฒนาทั้งบุคลากรและองค์กรเอง โดยเทคนิคนี้จะช่วยสร้างพื้นที่ในการสนทนาที่เปิดกว้างและเสริมสร้างการพิจารณาในการแก้ไขปัญหา ด้วยการถามคำถามที่เน้นการคิดให้ลึกซึ้ง จะช่วยเปิดโอกาสในการสำรวจแนวคิดใหม่ ๆ และเปิดโอกาสให้คนในทีมสามารถแสดงความคิดเห็นและความคิดของตนเองได้

 

เทคนิคการตั้งคำถามแบบ Coaching ยังช่วยสร้างการเรียนรู้และพัฒนาทักษะให้กับทีมงาน ทำให้พวกเขามีโอกาสได้เรียนรู้ด้วยตนเองผ่านการตอบคำถาม และฝึกฝนทักษะในการแก้ไขสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในธุรกิจ การตั้งคำถามแบบนี้ส่งเสริมให้ทีมงานรู้สึกว่าพวกเขามีส่วนร่วมและมีความสำคัญในกระบวนการตัดสินใจและการวางแผนขององค์กร

สรุป เทคนิคการตั้งคำถามแบบ Coaching เป็นเครื่องมือในการช่วยพัฒนาทักษะการบริหารและการทำงานของทีมงาน ทำให้องค์กรและบุคคลากร เติบโตและพัฒนาอย่างยั่งยืนในสายงานที่แข็งแกร่งและมีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง

5 คำถามที่เราควรถามตัวเอง พร้อมก้าวไปข้างหน้าในทุกสถานการณ์

ในสถานการณ์วิกฤตเช่นนี้ หลายคนกำลังปรับตัว ปรับใจ ปรับแนวคิด เพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตได้อย่างลงตัว บางคนกำลังกังวล จนถึงขั้นจิตตก กำลังต้องการกำลังใจ หรือคำแนะนำเพื่อใช้ชีวิตได้อย่างราบรื่นขึ้น ปรับวิธีคิดให้มีความสุขได้ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์รอบตัวที่บีบรัดทุกขณะ

โค้ชจิมมี่ พจนารถ ซีบังเกิด Executive Coach ผู้ก่อตั้งสถาบันฝึกทักษะการโค้ช Thailand Coaching Academy มีแนวคิดในอีกมุมหนึ่งมาแบ่งปัน

“คำแนะนำอาจไม่สำคัญเท่ากับการตอบคำถามตัวเอง
ในคำถามหนึ่งคำถาม แต่ละชีวิตอาจจะตอบไม่เหมือนกัน”
โค้ชจิมมี่ ได้ฝากคำถาม 5 ข้อ ที่จะช่วยพาเราไปข้างหน้า  ซึ่งไม่ว่าจะอยุ่ในสถานการณ์ไหน ให้ทุกคนได้ลองถามคำถามนี้กับตัวเอง

   
    5 คำถาม ที่พาเราไปข้างหน้า

    ▁▁▁▁▁▁▁▁▁▁▁▁▁▁▁▁▁▁▁▁▁▁▁▁▁▁▁▁▁▁▁▁▁▁▁▁▁▁▁▁▁▁▁▁▁▁▁▁▁▁▁▁▁▁▁▁▁▁▁▁▁▁▁


    คำถามที่ 1
คุณต้องการให้ชีวิตของคุณจากวันนี้ มีหน้าตาเป็นอย่างไร ?
    คำถามที่ 2 มีใครบ้างที่จะสามารถช่วยเหลือคุณ ให้ไปถึงที่นั่นได้?
    คำถามที่ 3 มีอะไรในตัวคุณที่ยังขาดหายไป และเป็นสิ่งที่คุณต้องเติมเต็ม เพื่อให้ชีวิตของคุณ เป็นอย่างที่คุณต้องการ ?
    คำถามที่ 4 ถ้าโลกนี้ ทุกอย่างเป็นไปได้ ไม่มีอุปสรรคใดๆ เลย คุณจะทำสิ่งใดเพื่อให้ชีวิตประสบผลสำเร็จ และมีความสุข ?
    คำถามที่ 5 ถ้าทุกอย่างสมบูรณ์แบบอย่างที่ต้องการแล้ว ชีวิตที่เหลืออยู่ คุณจะดำรงชีวิตเพื่อใคร? และทำอะไรเพื่อคนอื่น ?
 
และไม่ว่าคำตอบของแต่ละคนจะเป็นอย่างไร

คำตอบนั้นไม่มีผิด ไม่มีถูก

ขอเพียงให้อยู่บนพื้นฐานของจริยธรรมอันดี คำตอบที่ได้รับ เปรียบเสมือนการปักหมุด Location แผนที่ชีวิตของคุณ ลงบน Google Map คุณจะเป็นผู้เลือกใช้พาหนะ  

เลือกเส้นทาง และเริ่มออกเดินทางไปในจุดที่ต้องการได้ทันทีที่ต้องการ

“ชีวิตมีความหมาย ค้นหาให้เจอ”

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป (Personal Data)

    วัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูล 1. บริษัทมีความจำเป็นเก็บรวบรวมใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ เพื่อการให้บริการที่กำหนดและระบุไว้สำหรับแต่ละเงื่อนไขการให้บริการของบริษัท อันรวมถึงเพื่อการยืนยันตัวตนและติดตามในการทำธุรกรรมต่างๆ ของผู้ใช้บริการ เพื่อการตรวจสอบเงื่อนไขการชำระเงินค่าบริการ เพื่อใช้ในการติดต่อสื่อสารกับผู้ใช้บริการ เป็นต้น 2. บริษัทมีความจำเป็นเก็บและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ เพื่อการวิเคราะห์ความสนใจของผู้ใช้บริการ เพื่อให้สามารถเสนอสิทธิประโยชน์หรือบริการตามความสนใจของผู้ใช้บริการได้มากขึ้น หรือเพื่อการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นระหว่างบริษัทและผู้ใช้บริการ 3. บริษัทมีความจำเป็นจัดเก็บและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้บริการสนับสนุนอื่นๆ เช่น การติดต่อสอบถามข้อมูลติชมแสดงความคิดเห็นหลังการบริการ หรือการส่งคำร้องต่างๆ 4. บริษัทมีความจำเป็นจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ เพื่อปฏิบัติตามข้อกฎหมายและระเบียบบังคับใช้ของรัฐ เช่น การจัดทำเอกสารภาษี หัก ณ ที่จ่าย หรือการดำเนินการอื่นๆ ที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ บริษัทจะเก็บและรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการไว้ตลอดระยะเวลา ตราบเท่าที่ผู้ใช้บริการยังคงเป็นผู้ใช้บริการของบริษัทอยู่ และบริษัทสงวนสิทธิเก็บข้อมูลไว้อีกเป็นระยะเวลา 3 ปีหลังจากผู้ใช้บริการยกเลิกการใช้บริการ เพื่อประโยชน์ในการปกป้องและต่อสู้สิทธิต่างๆ ของบริษัท เว้นแต่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนดให้บริษัทมีหน้าที่เก็บข้อมูลส่วนบุคคลไว้เป็นระยะเวลาอื่น บริษัทอาจมีความจำเป็นต้องเก็บข้อมูลไว้เป็นระยะเวลาที่ยาวนานกว่า 3 ปี

Save