ความเหงาและความรู้สึกโดดเดี่ยวไม่ใช่แค่เรื่องอารมณ์ส่วนบุคคล แต่มันคือ Silent Cost ที่บั่นทอนประสิทธิภาพและการดำเนินงานขององค์กรอย่างมีนัยสำคัญ
ตัวเลขจากงานวิจัยพบว่า
- พนักงานที่รู้สึก “โดดเดี่ยว” มีแนวโน้ม ลาออก มากขึ้นถึง 2 เท่า (EY, 2022)
- คนที่ “เหงา” มัก “Disengage” มากกว่า 5 เท่า และ Productivity ต่ำลง 21% (Perceptyx, 2023)
- Gallup พบว่า การ Disengage ของพนักงาน 1 คน ทำให้องค์กรเสียค่าใช้จ่ายเฉลี่ย $3,400 ต่อปีต่อคน
- ทั้งโลกสร้างต้นทุนเสีย Productivity กว่า 8.8–8.9 ล้านล้านดอลลาร์ หรือ ประมาณ 9% ของ GDP โลก
- องค์กรที่มี Engagement ต่ำมี กำไรลดลงเฉลี่ย 23% เมื่อเทียบกับองค์กรที่ Engagement สูง (Gallup)
- ผลการสำรวจในอเมริกาพบว่า ในทุกๆ 5 คน มี 1 คนที่กำลังเผชิญกับความรู้สึกเหงาและความโดดเดี่ยว
" องค์การอนามัยโลก (WHO) ถึงกับประกาศให้ “ความเหงา” เป็นภัยสุขภาพระดับโลก "
ถ้า 1 คนรู้สึก “ไม่เป็นส่วนหนึ่งของทีม”
ผลกระทบที่ตามมา ไม่ใช่แค่เรื่องของความเหงา หรือ อารมณ์ แต่คือ
ความคิดสร้างสรรค์ลดลง
ประสิทธิภาพของการทำงานลดลง
ความผูกพันต่อองค์กรหายไป
Turn Over สูงขึ้น องค์กรไม่สามารถรักษาคนเก่งไว้ได้
องค์กรอาจจะ “เสียต้นทุนทางจิตใจ” โดยที่ยังต้องจ่ายต้นทุนทางการเงินเหมือนเดิม
วันนี้ องค์กรของคุณ กำลังจ่ายต้นทุนที่มองไม่เห็นนี้อยู่เป็นจำนวนเงินเท่าไหร่ ?
"การฟัง" เพื่อสร้างสัมพันธ์เชื่อมโยงในองค์กร
ช่วยลดปัญหาความเหงา (Loneliness) และ ความโดดเดี่ยว (Isolation)
การฟัง ถือเป็นอีกหนึ่งทักษะสำคัญและจำเป็น ไม่ใช่แต่เฉพาะสำหรับโค้ชมืออาชีพ แต่สำหรับทุกคนที่ต้องใช้การสื่อสารเพื่อเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกัน
การ “ฟังเป็น” ทำให้เราได้ยินสิ่งที่อยู่ลึกลงไปข้างใน ทั้งจากตัวเราเอง และคนอื่น เป็นการได้ยินความรู้สึก ความต้องการ ได้ยินสิ่งที่เป็นแรงผลักดันให้เกิดพฤติกรรมจากภายใน เห็นความหมายที่ซ่อนอยู่ในการกระทำแม้ว่าเขาจะไม่ได้พูดคำนั้นออกมา ซึ่งการ “ได้ยิน” ที่จะนำให้เกิดความเข้าใจนี้ จะช่วยให้เราสื่อสารได้ตรงจุด ไม่หลงทิศหลงทาง, ลดความขัดแย้ง, เปิดพื้นที่ปลอดภัย สร้างความเชื่อมโยงใจ และเกิดความไว้วางใจกันมากขึ้น เกิดเป็นความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างคนทำงาน ทำให้การประสานงานทั้งในแผนก หรือ ระหว่างแผนกเป็นไปอย่างราบรื่น เพิ่ม Productivity ลดเวลาที่เสียไปจากการไม่เข้าใจกัน การสื่อสารผิดพลาด หรือ การไม่กล้าออกความเห็น และอื่นๆ ซึ่งจะเป็นผลทำให้เกิดการแยกตัว (Isolation) และ Disengage มากขึ้น
การ “ฟังเป็น” ช่วยสร้างพื้นที่ปลอดภัย ทำให้คนกล้าสื่อสารกันมากขึ้น เชื่อมโยงกันได้มากขึ้น ลดปัญหาควาามเหงา และความโดดเดี่ยว เกิดความเชื่อมโยงอย่างมีความหมายใน 3 ระดับ หรือที่เรียกว่า ” Pro-Connection ” ซึ่งจะช่วยให้เกิด สุขภาวะทางใจที่ดีทั้งในระดับบุคคล ระดับทีม รวมทั้งระดับองค์กร
Pro-Connection คือ แนวคิดการสร้างสัมพันธ์เชื่อมโยงกัน 3 รูปแบบ ประกอบด้วย
1. การสัมพันธ์เชื่อมโยงกับตัวเอง (Intrapersonal Connection)
หมายถึง การตระหนัก ใส่ใจ และเข้าใจตนเอง
2. การสัมพันธ์เชื่อมโยงกับผู้อื่น (Interpersonal Connection)
การมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น รู้สึกเชื่อมโยงกับคนในชุมชนและสังคม มีชีวิตที่เกื้อกูลต่อกัน
3. การสัมพันธ์เชื่อมโยงกับโลก (Transpersonal Connection)
การเชื่อมโยงที่พ้นไปจากตัวเองสู่สิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวตน เห็นตำแหน่งแห่งที่และความหมายของชีวิต